เธอจ้ะ...
เธอยังจำได้ไหม เจ้ากระต่ายปีเตอร์ที่แสนน่ารักตัวนั้น
ที่มันวิ่งซุกซนอยู่ในหนังสือหลายเล่มในวัยเด็กของเธอ
แล้วยังอยู่เคียงข้างชาม ช้อน ถ้วยกาแฟแก้วโปรด โถใส่คุกกี้ของฉันด้วย
เธอรู้ไหม ว่าใครนะที่ช่างจินตนาการวาดชีวิตและใส่ลมหายใจ
ให้เจ้ากระต่ายปีเตอร์โลดแล่นในใจของใครต่อใคร…
เบียทริกซ์ พ็อตเตอร์ (Beatrix Potter) คือนักเขียนวรรณกรรมเยาวชน และนักวาดภาพประกอบชื่อดังชาวอังกฤษ เธอเป็นผู้สร้างสรรค์นิทานชุดปีเตอร์แรบบิท( The Tale of Peter Rabbit) วรรณกรรมเยาวชนคลาสสิก อันเป็นเรื่องราวของการผจญภัยของสัตว์ต่าง ๆเช่น กระต่าย กระรอก หนู แมวและเป็ด ตัวเอกของเรื่อง The Tale of Peter Rabbit คือลูกกระต่ายชื่อ Peter ใส่เสื้อนอกสีฟ้า ผิดจากพี่น้องตัวอื่น ๆ ที่ใส่เสื้อสูทสีแดง
เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า Mrs. Rabbit จะออกไปซื้อของ จึงบอกให้ลูก ๆ
ออกไปเล่นในทุ่ง แต่ห้ามไม่ให้ย่างกรายเข้าไปใกล้ฟาร์มของ Mr. McGregor เด็ดขาด เพราะพ่อของลูกกระต่ายเข้าไปในฟาร์ม แล้วถูกนายแมคเกรกเกอร์จับเอาไปทำพายกระต่ายรับประทานเป็นเรื่องราวการผจญภัยของปีเตอร์
แรบบิท ในฟาร์มของนายแมคเกรกเกอร์ ที่พยายามตามจับปีเตอร์ให้ได้.... วงการวรรรณกรรมอังกฤษยกย่องให้งานประพันธ์ของเบียทริกซ์
พอตเตอร์เป็นผลงานอมตะซึ่งเธอได้ประพันธ์ไว้ร่วม 20 เรื่องในแต่ละชุด
แต่ละหน้ามีข้อความสั้น ๆ
พร้อมรูปประกอบที่เธอวาดเอง เหมาะสำหรับเด็ก อ่านแล้วเข้าใจง่ายเบียทริกซ์ พอตเตอร์ นั้น...ชีวิตของเธอถูกวาดแต่งไว้ราวกับนิยายเช่นกันเบียทริกซ์ เกิดที่เคนซิงตัน ลอนดอนประเทศอังกฤษ เมื่อปี 1866 ในครอบครัวชนชั้นสูงเธอไม่ได้ไปโรงเรียนเหมือนเด็กคนอื่น เพราะพ่อแม่จ้างครูมาสอนที่บ้าน
ดังนั้นเธอจึงไม่มีโอกาส ได้ปฏิสัมพันธ์กับเด็กคนอื่นเท่าที่ควรแม้แต่กับ เบอร์เทรม พี่ชายที่ถูกส่งไปเรียนโรงเรียนประจำ เบียทริกซ์ถูกทิ้งให้อยู่กับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเธอมีมากมายหลายชนิด ทั้งกบ ค้างคาว สุนัข
ในจำนวนนั้นมีกระต่ายสองตัวที่เธอโปรดปรานมาก ตัวแรกคือเบนจามิน ...ส่วนตัวที่สองคือ ปีเตอร์ ที่เธออุ้มไปด้วยทุกที่เธอชอบนั่งสังเกตสัตว์เลี้ยงและวาดภาพพวกมัน จากการฝึกวาดภาพอย่างต่อเนื่อง ทักษะทางศิลปะของเธอจึงพัฒนาขึ้นเรื่อยๆขณะอายุ 27 ปี เบียทริกซ์ พอตเตอร์ ได้เขียนภาพเป็นจดหมาย
ไปยังเด็กชายวัย 5 ขวบที่เป็นลูกของผู้ปกครองเธอที่กำลังป่วย เบียทริกซ์เขียนให้กำลังใจและสร้างความรื่นเริงใจให้หนูน้อย“น้องชายที่รัก ฉันไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ฉันเขียนถึงเธอ ฉันจะเล่าถึงกระต่ายน้อยๆ สี่ตัว…”
เบียทริกซ์วาดภาพเป็นเรื่องราวต่อๆกันและนี่เองที่นำพาเธอไปสู่การเป็นนักเขียนที่เด็กให้ความศรัทธาอย่างนิรันดร์
พร้อมรูปประกอบที่เธอวาดเอง เหมาะสำหรับเด็ก อ่านแล้วเข้าใจง่ายเบียทริกซ์ พอตเตอร์ นั้น...ชีวิตของเธอถูกวาดแต่งไว้ราวกับนิยายเช่นกันเบียทริกซ์ เกิดที่เคนซิงตัน ลอนดอนประเทศอังกฤษ เมื่อปี 1866 ในครอบครัวชนชั้นสูงเธอไม่ได้ไปโรงเรียนเหมือนเด็กคนอื่น เพราะพ่อแม่จ้างครูมาสอนที่บ้าน
ดังนั้นเธอจึงไม่มีโอกาส ได้ปฏิสัมพันธ์กับเด็กคนอื่นเท่าที่ควรแม้แต่กับ เบอร์เทรม พี่ชายที่ถูกส่งไปเรียนโรงเรียนประจำ เบียทริกซ์ถูกทิ้งให้อยู่กับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเธอมีมากมายหลายชนิด ทั้งกบ ค้างคาว สุนัข
ในจำนวนนั้นมีกระต่ายสองตัวที่เธอโปรดปรานมาก ตัวแรกคือเบนจามิน ...ส่วนตัวที่สองคือ ปีเตอร์ ที่เธออุ้มไปด้วยทุกที่เธอชอบนั่งสังเกตสัตว์เลี้ยงและวาดภาพพวกมัน จากการฝึกวาดภาพอย่างต่อเนื่อง ทักษะทางศิลปะของเธอจึงพัฒนาขึ้นเรื่อยๆขณะอายุ 27 ปี เบียทริกซ์ พอตเตอร์ ได้เขียนภาพเป็นจดหมาย
ไปยังเด็กชายวัย 5 ขวบที่เป็นลูกของผู้ปกครองเธอที่กำลังป่วย เบียทริกซ์เขียนให้กำลังใจและสร้างความรื่นเริงใจให้หนูน้อย“น้องชายที่รัก ฉันไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ฉันเขียนถึงเธอ ฉันจะเล่าถึงกระต่ายน้อยๆ สี่ตัว…”
เบียทริกซ์วาดภาพเป็นเรื่องราวต่อๆกันและนี่เองที่นำพาเธอไปสู่การเป็นนักเขียนที่เด็กให้ความศรัทธาอย่างนิรันดร์
เบียทริกซ์ พอตเตอร์ ต้องการตีพิมพ์ผลงานเรื่อง “The Tale of Peter
Rabbit”แต่กว่าจะหาสำนักพิมพ์ได้ ก็เมื่อเธออายุ 36 ปีและสำนักพิมพ์นั้นก็คือ Frederick Warne & Company“The Tale
of Peter Rabbit”.และเรื่องต่อๆมาของเธอประสบความสำเร็จอย่างมากทำให้เบียทริกซ์มีรายได้เป็นของตัวเองจากงานนี้
ต่อมาเธอได้หมั้นกับ "วอร์น" เจ้าของสำนักพิมพ์อย่างลับๆ แต่ครอบครัวของเธอคัดค้านการแต่งงาน
เพราะพวกเขาไม่ต้องการให้ลูกสาวแต่งงานกับคนที่ทำมาหากินวอร์นเสียชีวิตก่อนการแต่งงาน ทำให้เบียทริกซ์ขัดแย้งกับครอบครัวเบียทริกซ์ พอตเตอร์ มีผลงานวรรณกรรมทั้งหมด 23 เล่ม
ทั้งหมดตีพิมพ์เป็นรูปเล่มขนาดเล็กเพื่อให้เด็ก ๆ อ่านสะดวกเธอหยุดสร้างผลงานในปี 1920 เนื่องจากปัญหาทางสายตา อย่างไรก็ตาม “ The Tale of Little Pig Robinson”ซึ่งเป็นผลงานเรื่องสุดท้ายของเธอได้รับการตีพิมพ์ในปี 1930 หลังจากวอร์นเสียชีวิต เธอก็ซื้อฟาร์มฮิลท็อปในหมู่บ้านซอว์เรย์ แถบ Lake District
ทุกหน้าร้อนครอบครัวพอตเตอร์ จะไปพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศในชนบทเบียทริกซ์ชอบ Lake District เป็นพิเศษ เธอหลงรักภูเขาและทะเลสาบที่นั่นจากการที่หนังสือของเธอได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง
เบียทริกซ์ได้ใช้เงินส่วนนั้นชื้อที่ดินหลายแห่งและในปี 1913 เมื่ออายุได้ 47 ปีเธอก็ได้แต่งงานกับ ฮีลลิส
และย้ายจากลอนดอนไปอยู่ที่ฟาร์มอย่างถาวร แต่ไม่มีบุตรด้วยกัน
ผลงานแสนรักหลายเรื่องของเธอแสดงภาพบ้านสวนและสัตว์เลี้ยงทั้งสุนัข แมว แม้กระทั่งเม่น
ซึ่งเป็นตัวละครเอกใน “Mrs. Tiggywinkle" หลังจากย้ายไปอยู่ Lake Districtเธอก็สนใจการผสมพันธุ์แกะอย่างมาก เธอกลายเป็นชาวนาที่หลายคนให้ความเคารพเมื่อพ่อแม่ของเธอเสียชีวิต เธอก็ใช้มรดกชื้อฟาร์มและที่ดินเพิ่มขึ้นหลายปีต่อมา พอตเตอร์และ ฮิลลิส ก็ย้ายลงมาอยู่ที่หมู่บ้าน ซอว์เรย์และที่ Castle Cottage
เด็กแถวนั้นเรียกเธอว่า “แม่ใหญ่ฮิลลิส “จากท่าทางขี้หงุดหงิดของเธอ
................
เบียทริกซ์ พอตเตอร์เสียชีวิตทื่ Castle Cottage เมื่อปี 1943 หลังจากพิธีศพแล้ว เถ้ากระดูกของเธอก็ได้รับการโปรยไปรอบๆบริเวณชนบทแถบซอว์เรย์ตามข้อความในพินัยกรรม เบียทริกซ์ พอตเตอร์ได้ยกทรัพย์สินเกือบทั้งหมด ให้ประเทศอังกฤษทั้งที่ดิน 4000 เอเคอร์ กระท่อมหลายหลังและฟาร์ม 15 ฟาร์ม
ที่ดินแถบ Lake District กลายเป็นอุทยานแห่งชาติ และยังคงสภาพเดิมจนกระทั่งปัจจุบัน…
เธอจ้ะ ...วันนี้เจ้าปีเตอร์แรบบิท กระต่ายหนุ่ม ที่ เบียทริกซ์ พอตเตอร์ ได้สร้างสรรค์ขึ้นมา
ยังกระโดดร่าเริงผ่านหน้าฉันไปอยู่เสมอในบานหน้าต่างของเยาว์วัย
ฉันครุ่นคิดถึงหญิงสาวแสนเหงาขณะนั่งทำงานวาดรูปริมทะเลสาป
ที่แปรเปลี่ยนความอ้างว้างโดดเดี่ยวของเธอ สร้างสรรค์ชีวิตในโลกนิทาน
“ปีเตอร์แรบบิท”หาใช่เพียงกระต่ายตัวหนึ่งเท่านั้น...
หากแต่เป็นผลงานอันเป็นอมตะที่เธอกำนัลไว้แด่โลกของเรา.
ต่อมาเธอได้หมั้นกับ "วอร์น" เจ้าของสำนักพิมพ์อย่างลับๆ แต่ครอบครัวของเธอคัดค้านการแต่งงาน
เพราะพวกเขาไม่ต้องการให้ลูกสาวแต่งงานกับคนที่ทำมาหากินวอร์นเสียชีวิตก่อนการแต่งงาน ทำให้เบียทริกซ์ขัดแย้งกับครอบครัวเบียทริกซ์ พอตเตอร์ มีผลงานวรรณกรรมทั้งหมด 23 เล่ม
ทั้งหมดตีพิมพ์เป็นรูปเล่มขนาดเล็กเพื่อให้เด็ก ๆ อ่านสะดวกเธอหยุดสร้างผลงานในปี 1920 เนื่องจากปัญหาทางสายตา อย่างไรก็ตาม “ The Tale of Little Pig Robinson”ซึ่งเป็นผลงานเรื่องสุดท้ายของเธอได้รับการตีพิมพ์ในปี 1930 หลังจากวอร์นเสียชีวิต เธอก็ซื้อฟาร์มฮิลท็อปในหมู่บ้านซอว์เรย์ แถบ Lake District
ทุกหน้าร้อนครอบครัวพอตเตอร์ จะไปพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศในชนบทเบียทริกซ์ชอบ Lake District เป็นพิเศษ เธอหลงรักภูเขาและทะเลสาบที่นั่นจากการที่หนังสือของเธอได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง
เบียทริกซ์ได้ใช้เงินส่วนนั้นชื้อที่ดินหลายแห่งและในปี 1913 เมื่ออายุได้ 47 ปีเธอก็ได้แต่งงานกับ ฮีลลิส
และย้ายจากลอนดอนไปอยู่ที่ฟาร์มอย่างถาวร แต่ไม่มีบุตรด้วยกัน
ผลงานแสนรักหลายเรื่องของเธอแสดงภาพบ้านสวนและสัตว์เลี้ยงทั้งสุนัข แมว แม้กระทั่งเม่น
ซึ่งเป็นตัวละครเอกใน “Mrs. Tiggywinkle" หลังจากย้ายไปอยู่ Lake Districtเธอก็สนใจการผสมพันธุ์แกะอย่างมาก เธอกลายเป็นชาวนาที่หลายคนให้ความเคารพเมื่อพ่อแม่ของเธอเสียชีวิต เธอก็ใช้มรดกชื้อฟาร์มและที่ดินเพิ่มขึ้นหลายปีต่อมา พอตเตอร์และ ฮิลลิส ก็ย้ายลงมาอยู่ที่หมู่บ้าน ซอว์เรย์และที่ Castle Cottage
เด็กแถวนั้นเรียกเธอว่า “แม่ใหญ่ฮิลลิส “จากท่าทางขี้หงุดหงิดของเธอ
................
เบียทริกซ์ พอตเตอร์เสียชีวิตทื่ Castle Cottage เมื่อปี 1943 หลังจากพิธีศพแล้ว เถ้ากระดูกของเธอก็ได้รับการโปรยไปรอบๆบริเวณชนบทแถบซอว์เรย์ตามข้อความในพินัยกรรม เบียทริกซ์ พอตเตอร์ได้ยกทรัพย์สินเกือบทั้งหมด ให้ประเทศอังกฤษทั้งที่ดิน 4000 เอเคอร์ กระท่อมหลายหลังและฟาร์ม 15 ฟาร์ม
ที่ดินแถบ Lake District กลายเป็นอุทยานแห่งชาติ และยังคงสภาพเดิมจนกระทั่งปัจจุบัน…
เธอจ้ะ ...วันนี้เจ้าปีเตอร์แรบบิท กระต่ายหนุ่ม ที่ เบียทริกซ์ พอตเตอร์ ได้สร้างสรรค์ขึ้นมา
ยังกระโดดร่าเริงผ่านหน้าฉันไปอยู่เสมอในบานหน้าต่างของเยาว์วัย
ฉันครุ่นคิดถึงหญิงสาวแสนเหงาขณะนั่งทำงานวาดรูปริมทะเลสาป
ที่แปรเปลี่ยนความอ้างว้างโดดเดี่ยวของเธอ สร้างสรรค์ชีวิตในโลกนิทาน
“ปีเตอร์แรบบิท”หาใช่เพียงกระต่ายตัวหนึ่งเท่านั้น...
หากแต่เป็นผลงานอันเป็นอมตะที่เธอกำนัลไว้แด่โลกของเรา.




